สภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลต่อ "ทุเรียนใต้" อย่างไรบ้าง?
ฝนที่มาไม่ถูกจังหวะแบบนี้ ส่งผลกระทบต่อแปลงทุเรียนภาคใต้โดยตรง วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่าอากาศแปรปรวนสร้างปัญหาอะไรบ้าง และชาวสวนต้องเฝ้าระวังฝนมากน้อยแค่ไหนในช่วงนี้
7/1/20261 นาทีอ่าน
พี่น้องชาวสวนทุเรียนภาคใต้กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญมาก เพราะทุเรียนส่วนใหญ่กำลังเข้าสู่ช่วงผลแก่และเริ่มทยอยเก็บเกี่ยว (โดยเฉพาะแถบชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช) แต่สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดในเวลานี้คือ "สภาพอากาศแปรปรวน" ที่ฝนตกลงมาสลับกับแดดจัด แถมยังมีฝนตกหนักสะสมในหลายพื้นที่จากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
ฝนที่มาไม่ถูกจังหวะแบบนี้ ส่งผลกระทบต่อแปลงทุเรียนภาคใต้โดยตรง วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่าอากาศแปรปรวนสร้างปัญหาอะไรบ้าง และชาวสวนต้องเฝ้าระวังฝนมากน้อยแค่ไหนในช่วงนี้
สภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลต่อ "ทุเรียนใต้" อย่างไรบ้าง?
ในช่วงที่ผลทุเรียนกำลังแก่จัดและรอวันตัด สภาพอากาศที่ตกๆ หยุดๆ และมีความชื้นสูง ส่งผลเสียต่อทุเรียน 3 ด้านหลักๆ ดังนี้
1. ปัญหา "ทุเรียนแตกเนื้อสาม" (เต่าเผา) และผลแตก
2. วิกฤตโรคผลเน่าและราดำ (ไฟทอปเธอร่า)
เมื่อฝนตกหนักลงมาอย่างกะทันหัน ต้นทุเรียนจะดูดน้ำเข้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำในผลพุ่งสูงขึ้น ยิ่งถ้าเจอแดดจัดในวันถัดมา เปลือกทุเรียนจะขยายตัวไม่ทัน ส่งผลให้ "ผลแตก" เสียหายทันที นอกจากนี้ น้ำที่มากเกินไปจะเข้าไปเร่งให้ทุเรียนแตกใบอ่อน ซึ่งต้นจะดึงอาหารไปเลี้ยงใบอ่อน ทำให้เนื้อทุเรียนข้างในแฉะ เป็นแกน หรือที่ชาวสวนเรียกว่า เต่าเผา ซึ่งล้งจะไม่รับซื้อเด็ดขาด
ฝนตกชุกบวกกับความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง คือสวรรค์ของเชื้อรา Phytophthora สปอร์ของเชื้อราจะกระเด็นมากับหยดน้ำฝนขึ้นไปเกาะที่ผลทุเรียน เกิดเป็นโรค "ผลเน่า" หากหลุดรอดสายตาไปถึงล้ง หรือตรวจพบหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนที่มักระบาดหนักในช่วงชื้นแฉะ ทุเรียนล็อตนั้นอาจจะกระทบต่อมาตรการส่งออกทันที
3. น้ำหนักเนื้อแห้งลดลง (เสี่ยงตรวจเป็นทุเรียนอ่อน)
หากทุเรียนดูดน้ำฝนเข้าไปเยอะๆ ก่อนตัด จะทำให้เปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งลดลง (เนื้อทุเรียนมีความจืดและแฉะน้ำ)
ช่วงเวลาแบบนี้ ต้องระวังฝน "มากน้อยแค่ไหน"?
ต้องเฝ้าระวังขั้นสุดสำหรับฝนตลอดทั้งเดือนกรกฎาคมนี้ เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตทุเรียนภาคใต้กำลังทยอยออกสู่ตลาด การบริหารจัดการน้ำและฝนในช่วงนี้จึงเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของทุเรียนได้เช่นกัน
งดการให้น้ำซ้ำซ้อน ในวันที่มีฝนตกสะสมให้ปิดระบบสปริงเกอร์ทันที และควรทำทางระบายน้ำขุดร่องรอบโคนต้นไม่ให้น้ำท่วมขังเด็ดขาด
โยงกิ่งกันลมพายุ ฝนภาคใต้มักมาพร้อมลมกระโชกแรง ทุเรียนที่กำลังแบกน้ำหนักผลผลิตเต็มต้นมีโอกาสกิ่งฉีกหรือโค่นล้มได้ง่าย ต้องตรวจเช็กเชือกโยงให้อยู่ในสภาพตึงและแข็งแรง
คุมใบอ่อนให้อยู่ หากพบว่าทุเรียนเริ่มแทงตาใบอ่อนในช่วงที่ผลใกล้แก่ ต้องรีบฉีดพ่นสารกลุ่มแมกนีเซียมหรือโพแทสเซียมทางใบเพื่อกดใบอ่อนไม่ให้เจริญเติบโต แย่งอาหารจากผล
ชะลอการตัดหลังฝนตกหนัก หากมีฝนตกชุกติดต่อกัน 2-3 วัน ห้ามตัดทุเรียนทันที ควรอั้นน้ำ (รอให้แดดออกและดินแห้ง) อย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อให้ต้นทุเรียนคายน้ำออกไปก่อน เปอร์เซ็นต์เนื้อแห้งจะกลับมาแน่น รสชาติหวานมัน และไม่แฉะน้ำ
การทำทุเรียนภาคใต้ในช่วงมรสุมต้องอาศัยการพยากรณ์อากาศวันต่อวัน สวนไหนจัดการระบบระบายน้ำได้ดีและคุมจังหวะการตัดหลังฝนได้ สวนนั้นจะสามารถสร้างผลผลิตเกรดคุณภาพได้แน่นอน

บริษัท เดอะยิปซัน อินเตอร์เทรด จำกัด
55/44 ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
© 2025. All rights reserved.
